อัตราค่าเช่ารถ

ตลาดรถเช่าเป็นศูนย์รวมรถเช่าทั่วประเทศไทยและต่างประเทศ ตลาดรถเช่าจึงมีผู้ให้บริการรถเช่าเป็นจำนวนมากซึ่งร่วมธุรกิจรถเช่ากับเรา จึงทำให้อัตราค่าเช่ารถแต่ละคันแตกต่างกันออกไป เพื่อเป็นตัวเลือกให้แก่ผู้เช่ารถสามารถเลือกรถเช่าได้ตรงตามความต้องการมากที่สุด


อัตราค่าเช่ารถนั้นขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการเช่ารถแต่ละจังหวัด ซึ่งอัตราค่าเช่ารถจะแตกต่างกัน และอัตราค่าเช่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในการเช่ารถ ซึ่งแบ่งเป็นสองช่วง ดังนี้

1. Low Season ก็คือ ช่วงที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันน้อยอัตราค่าเช่ารถเช่าก็จะราคาถูกลง

2. High Season ก็คือ ช่วงที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันเยอะ และทุกอย่างก็จะแพงกว่าช่วงหน้า Low Season รวมถึงอัตราค่าเช่ารถ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการเช่ารถแต่ละจังหวัดด้วย แต่ก็มีอีกช่วงนึงเรียกว่า Peak Season (20 ธันวาคม 31 มกราคม) ก็คือ ช่วงทีนักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวมากที่สุด เนื่องจากช่วงนี้จะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวมาฉลองเทศกาลคริสมาสต์และวันปีใหม่ ดังนั้น ควรเช่ารถล่วงหน้าเป็นเวลานาน เพราะรถเช่าอาจจะเต็มและหายากมากขึ้น

แต่สำหรับบางจังหวัดที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวอัตราค่าเช่าจะไม่แบ่งเป็น Low Season และ High Season อัตราค่าเช่ารถที่แตกต่างกันแต่ละจังหวัดไม่ได้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในการเช่ารถเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีหลายปัจจัยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการเช่ารถของผู้ให้บริการเช่ารถแต่ละจังหวัด เช่น ระยะเวลาการเช่ารถ การเช่ารถพร้อมคนขับ เช่ารถขับเอง เช่ารถตู้ขึ้นดอย การรับ-ส่งรถสถานที่ต่างๆ ค่าน้ำมันรถ เป็นต้น

ระยะเวลาเช่ารถ ถ้าผู้เช่ารถทำการเช่ารถเป็นเวลานาน อัตราค่าเช่ารถก็จะลดลงตามระยะเวลาการเช่าที่นานขึ้น ซึ่งแบ่งอัตราค่าเช่ารถเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการเช่ารถแต่ละรายจะลดอัตราค่าเช่ารถเท่าไร

การเช่ารถพร้อมคนขับ ก็จะคิดอัตราค่าเช่ารถที่รวมคนขับรถลงไปด้วยซึ่งจะบวกเพิ่มประมาณ 500 บาท จากอัตราค่าเช่ารถขับเอง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการเช่ารถแต่ละที่เช่นกัน

กรณีเช่ารถขึ้นดอยจะหมายถึงการเช่ารถตู้พร้อมคนขับซึ่งจะบวกเพิ่มประมาณ 200 บาท จากปกติการเช่ารถตู้พร้อมคนขับจะอยู่ในราคาประมาณ 2000 บาท

การรับ-ส่งรถสถานที่ต่างๆ ถ้ามีการรับส่งรถในพื้นที่ให้บริการรถเช่าส่วนใหญ่ผู้ให้บริการรถเช่าจะให้บริการฟรี แต่ถ้ามีการรับ-ส่งรถนอกสถานที่ไกลออกไปจากพื้นที่ให้บริการเช่ารถก็จะมีค่าใช่จ่ายเพิ่มเติมจากอัตราค่าเช่ารถปกติขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการเช่ารถจะคิดค่ารับ-ส่งรถเท่าไร

ค่าน้ำมันรถ ส่วนใหญ่ผู้ให้บริการรถเช่าเกือบทุกรายจะไม่คิดรวมกับอัตราค่าเช่ารถจะเป็นลักษณะที่ผู้ให้บริการรถเช่าจะเติมน้ำมันให้รถเช่าเต็มถัง เมื่อมีการส่งคืนรถเช่าผู้เช่ารถต้องเติมน้ำมันให้รถเช่าเต็มถังเช่นกัน ส่วนการเช่ารถตู้จะขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างผู้เช่ารถกับผู้ให้บริการเช่าว่าจะคิดค่าน้ำมันรถรวมกับอัตราค่าเช่าด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ให้บริการรถเช่าแต่ละราย


อัตราค่าเช่ารถแต่ละประเภทโดยประมาณ

เช่ารถเก๋ง เช่น Honda Jazz, Honda Civic, Chevrolet Cruze, Ford Fiesta,Mazda 2,Toyota Altis เป็นต้น มีอัตราค่าเช่ารถประมาณ 1,000 ขึ้นไป/วัน

เช่ารถกระบะ เช่น Chevrolet Colorado, Ford Ranger, Isuzu D-Max, Toyota Hilux Vigo เป็นต้น มีอัตราค่าเช่ารถประมาณ 1,000 ขึ้นไป/วัน

เช่ารถตู้เช่น Toyota Commuter, Hyundai H1 เป็นต้น มีอัตราค่าเช่ารถประมาณ 1,800 ขึ้นไป /วัน

เช่ารถ SUV เช่น Toyota Fortuner, Honda CR-v, Chevrolet Captiva, Isuzu MU-7 เป็นต้น มีอัตราค่าเช่ารถประมาณ 2,200 ขึ้นไป/วัน

เช่ารถ MPV เช่น Toyota Alphard, Toyota Avanza, Mitsubishi Space Wagon, Honda Feed เป็นต้น อัตราค่าเช่ารถประมาณ 1,400 ขึ้นไป/วัน

เช่ารถบัส มีอัตราค่าเช่ารถประมาณ 10,000 ขึ้นไป/วัน

เช่ารถมอเตอร์ไซค์ มีอัตราค่าเช่ารถประมาณ 200 ขึ้นไป/วัน


ตลาดรถเช่ามั่นใจในการให้บริการรถเช่าที่หลากหลายประเภทและมีอัตราค่าเช่ารถให้ผู้เช่ารถเปรียบเทียบเพื่อเลือกรถเช่าที่ตรงตามต้องการมากที่สุด

น่ารู้สำหรับผู้สนใจให้เช่ารถ

เส้นทางท่องเที่ยว